เอเชียไดเร็ค โบรคเกอร์ สาระความรู้ ประกันภัยรถยนต์ พ.ร.บ. ทุกชนิด โทร.02-625-1000

[ประกันภัยรถยนต์][carousel][6]

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560

เทียบราคาประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท ต้องจ่ายเท่าไร

21:47


เทียบราคาประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท ต้องจ่ายเท่าไร
คำถามยอดฮิตของคนที่มีรถยนต์ หรือถึงเวลาที่่ต้องต่อประกันภัยรถยนต์ ว่าควรจะเลือกประกันแบบไหน ราคาเท่าไรดี ยิ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แล้วราคาเบี้ยประกันอาจจะปรับสูงต่ำไม่เท่ากัน อาจจะด้วยปัจจัยทั้งตัวรถ อายุรถเองและปัจจัยอย่างอื่นที่จะนำมาเป็นส่วนลดในการต่อประกันภัยรถยนต์ในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ต้องศึกษาเงื่อนไขต่างๆ และทุนประกันเพิ่มเติมอีกด้วย >> อยากทำประกันภัยรถยนต์หาข้อมูลที่ไหนดี ?

โดยราคาประมาณของตลาดประกันภัยรถยนต์ในไทย

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ราคาโดยประมาณ 11,xxx บาท ขึ้นไป
เป็นประเภทประกันภัยรถยนต์ที่เบี้ยสูงที่สุด และคุ้มครองครอบคุมที่สุดในบรรดาประกันภัยรถยนต์ประเภทต่างๆ เป็นที่นิยมสำหรับรถใหม่ป้ายแดง สามารถเคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะ ยกตัวอย่างเช่น ขับรถชนต้นไม้ น้ำท่วม รถหาย ไฟไหม้ หรือรอยขีดข่วนทั่วไปรอบๆรถ เป็นต้น

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 (แบบประหยัด) ราคาโดยประมาณ 7,xxx บาทขึ้นไป 
หลักแล้วคือประกันภัยชั้น 1 แบบปกติ เพียงแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมขึ้นมาในส่วนของค่าเสียหายส่วนแรกของประกันรถ โดยประมาณจะเสียค่าเคลมระหว่าง 2000 - 5000 บาท ต่ออุบัติเหตุ 1 ครั้ง แต่ข้อดีก็คือ เบี้ยประกันภัย ชั้น 1 ที่ถูกกว่าแบบปกติมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว เพราะประกัน Low cost แบบนี้เป็นการเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกที่หลังนั้นเอง
>> ค่าเสียหายส่วนแรกของประกันรถคืออะไร

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 2+ หรือ 2 พลัส ราคาโดยประมาณ 5,xxx บาทขึ้นไป 
เป็นอีกตัวเลือกที่ได้รับความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มากที่สุด แต่สิ่งที่แตกต่างกันกับ ชั้น 1 คือ ชั้น 2+ ไม่สามารถเคลมโดยที่ไม่มีคู่กรณีได้ และต้องมีคู่กรณีที่เป้นยานพาหนะทางบกเท่านั้น เป็นต้น หลักๆก็ยังคุ้มครองในส่วนของ รถหาย ไฟไหม้ เหมือน ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3+ หรือ 3 พลัส ราคาโดยประมาณ 4,xxx บาทขึ้นไป 
 ประกันภัยรถยนต์แบบประหยัด แต่สามารถเคลมอุบัติเหตุได้ทั้งรถเราและรถคู่กรณี แต่คู่กรณีต้องเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ถือว่าเป็นประกันอีกประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับรถที่มีอายุมากกว่า 10 ปี
>> ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3 ธรรมดา กับ 3+ แตกต่างกันอย่างไร?

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3 ธรรมดา ราคาโดยประมาณ 1,xxx บาทขึ้นไป 
เมื่อเกิดอุบัตเหตุและมีการเคลมประกัน จะเคลมได้แค่รถคู่กรณีไม่สามารถเคลมซ่อมรถของเรา เป็นประกันภัยรถยนต์เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้รถขับไปไหนมาไหนมากนัก และมีวินัยในการขับขี่ที่ดีมาก ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ง่ายๆประกันภัย 3 ธรรมดา คือคุ้มครองคู่กรณีเท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

ทำประกันภัยรถยนต์ แต่คู่กรณีหลบหนี

23:27

ทำประกันภัยรถยนต์ แต่คู่กรณีหลบหนี 

          การทำประกันภัยรถยนต์ เป็นเรื่องที่สามารถช่วยให้เราสบายใจมากขึ้น ว่าในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุเกิดเรื่องไม่คาดฝันจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายและมีค่าซ่อมแซมรถของเราให้กลับมามีสภาพใช้งานได้ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีก็เกิดปัญหาที่ผู้เอาประกันมีความกังวลใจ... โดยทั่วไปในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ รถเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น ทั้งเราและคู่กรณีก็จะต้องมาทำการตกลงกันและเรียกประกันมาจัดการค่าเสียหาย แต่หากว่าในกรณีที่ เกิดเหตุแต่คู่กรณีอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี แบบนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาในการขาดคู่กรณี สถานการณ์แบบนี้แหละที่ผู้เอาประกันเกิดความวิตกแล้วจะต้องทำอย่างไร ?

เกิดอุบัติเหตุแล้วคู่กรณีหนีทำอย่างไร ในกรณีเรา ทำประกันภัยรถยนต์แล้ว

          อย่าตื่นตกใจ ในเวลาที่พึ่งเกิดเหตุเป็นเวลาที่เราอาจจะเสียขวัญ แต่ต้องทำใจให้ได้เรียกสติกลับมาให้เร็วที่สุด และจะต้องรีบหารายละเอียดเกี่ยวกับรถคู่กรณีให้ได้มากที่สุด โทรศัพท์มือถือที่มีกล้องรีบถ่ายเอาไว้ หรือ อย่างน้อยต้องพยายามจดจำป้ายทะเบียนรถ รวมถึงสีและยี่ห้อรถให้ได้มากที่สุด
ติดต่อบริษัทประกันภัยที่เราทำประกันภัยรถยนต์ทันที เพื่อให้รีบส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลและให้ความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ประกันนี่แหละที่จะสามารถให้คำปรึกษาเราได้ดีที่สุดในกรณีเช่นนี้
ในกรณีเสียหายน้อยก็ให้นำรถและกรมธรรม์ไปที่อู่ของบริษัทประกัน แต่ในกรณีเสียหายมาก เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันจะช่วยประสานงานให้หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือมาจัดการให้
ไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และให้ข้อมูลคู่กรณีกับเจ้าที่เพื่อติดตาม
ในกรณีที่เราไม่มีหลักฐานอาจจะต้องถูกเรียกเก็บค่าความเสียหายส่วนแรกก่อน ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากเป็นการแสดงถึงเจตนาที่บ่งว่าเราได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุจริง ไม่ได้เกิดจากกรณีจงใจอื่นๆ แต่หากว่าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีคู่กรณีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะไม่ต้องเสีย

         สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุและมีคู่กรณีหนี ก็คือ การตั้งสติและรวบรวมข้อมูลของคู่กรณีเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ต้องกังวลใจให้มากไป เพราะเราสามารถขอคำปรึกษาได้จากบริษัทที่เราได้ทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ได้ในทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้น... สิ่งแรกที่เราควรทำตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุก็คือ การเลือกบริษัทประกันภัยที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ รวมถึงการมีเครือข่ายเจ้าหน้าที่ๆ พร้อมมาดูแลเราเมื่อเกิดเหตุมากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เราพึ่งต้องผจญเหตุที่ทำให้เกิดอาการตกใจและยังทำอะไรไม่ถูก เจ้าหน้าที่ของบริษัทที่ได้มาตรฐานจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและช่วยเราในเรื่องการดำเนินการทั้งหมดจนสำเร็จลุล่วง

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3 ธรรมดา กับ 3+ แตกต่างกันอย่างไร?

20:07

 ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3 ธรรมดา กับ 3+ แตกต่างกันอย่างไร?

                ปัจจุบันประกันภัยรถยนต์จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนผู้ที่ใช้รถกันเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้มีประเภทของประกันภัยให้เลือกหลากหลายเช่น ประกันภัยชั้น 1 ซึ่งชื่อก็บอกความหมายตรงตัวแล้วว่าเป็นที่สุดรวมถึงการดูแลก็และเบี้ยประกันที่มากขึ้นตามมาด้วย สำหรับประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3 และประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ จึงเป็นทางเลือกที่หลายๆคนตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยประเภทนี้ แต่ก่อนที่จะเลือกซื้อประกันก็ต้องมาดูกันก่อนว่าความแตกต่างของประกันภัยทั้งสองแบบนี้ มีความแตกต่างอย่างไรบ้าง และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ประโยชน์ และสิทธิต่างๆที่เราจะได้รับนั้น มีมากน้อยแค่ไหน

เริ่มกันที่ในส่วนของประกันภัยชั้น 3 ธรรมดากันก่อน โดยประกันภัยประเภทนี้ก็คือการประกันภัยความรับผิดชอบต่อคู่กรณีเมื่อเราขับรถไปชนกับรถคันอื่น รถคู่กรณีได้รับความเสียหายบริษัทประกันจะทำการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามจริงแทนเจ้าของรถเช่น รับผิดชอบค่าซ่อมรถเฉพาะรถคู่กรณีเท่านั้น(ซ่อมเค้าไม่ซ่อมเรา) ค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้บาดเจ็บทั้งผู้ป่วยในและนอกตามการรักษาจริงที่เกิดขึ้น ค่าชดเชยรายได้สำหรับผู้บาดเจ็บ ค่าใช้จ่ายในการสู้คดีและค่าทนายความจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะไม่เกินวงเงินที่ได้ตกลงทำสัญญากับบริษัทประกันภัยรถยนต์นั้นๆ

ส่วนประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3+ คือ การประกันภัยต่อความรับผิดต่อคู่กรณีเมื่อเราขับรถไปชนกับคันอื่น รถคู่กรณีได้รับความเสียหายบริษัทประกันภัยจะทำการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามจริงแทนเจ้าของรถ เช่น ค่าซ่อมรถทั้งผู้เอาประกันและคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาลกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งผู้ป่วยในและนอกตามค่ารักษาจริงที่เกิดขึ้น   ค่าชดเชยรายได้สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ  ค่าใช้จ่ายกรณีต่อสู้คดีค่าทนายความจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะไม่เกินวงเงินที่ได้ตกลงทำสัญญากับบริษัทประกันภัยนั้นๆ

          การทำประกันประเภท 3 ธรรมดา กับประกัน 3+ จะมีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจนซึ่งประกันภัยชั้น 3 ธรรมดาสิทธิ์การดูแลความคุ้มครองและวงเงินในการใช้จ่ายจะน้อยกว่า 3 + ซึ่งจะมีสิทธิ์ได้รับการซ่อมแซมเปรียบเสมือนเราทำประกันภัยชั้น 1ที่จ่ายเบี้ยประกันน้อยกว่าประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 จึงเป็นข้อดีสำหรับการทำประกันภัยรถยนต์ 3 + จะเห็นได้ว่าการเลือกทำประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทก็จะมีความคุ้มครองที่ต่างกัน ดังนั้นการเลือกทำประกันภัยในแต่ละครั้งควรศึกษาหาข้อมูลให้เข้าใจถึงเงื่อนไขของแต่ละบริษัทและควรเลือกบริษัทประกันภัยที่มีความน่าเชื่อถือเมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุสามารถมาถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว แต่การทำประกันภัยชั้นใดหรือการทำประกันภัยประเภทใดก็ตามทุกคนควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังไม่ควรประมาทเลินเล่อ ควรตั้งสติก่อนสาร์ททุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและเพื่อนร่วมทางที่ใช้ถนนร่วมกัน ด้วยความห่วงใยจาก เอเชียไดเร็ค อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ ครับ

www.asiadirect.co.th

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

คำถามที่พบบ่อย สำหรับ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

01:44
 ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

คำถามที่พบบ่อย สำหรับ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

1. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แตกต่างจากประเภท 2 อย่างไร ?

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองทุกอย่าง แม้กระทั่ง ชนต้นไม้ สุนัขตัดหน้ารถ หรือ ครูดฟุตบาท เป็นต้น ส่วน ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ไม่สามารถเคลมแห้ง เช่น เก็บริ้วรอยรอบตัวถัง นอกนั้นคุมครองเหมือนประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

2. ประกันภัยภัยรถยนต์ ชั้น1 เหมาะกับใคร ?

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับผู้ที่...
  • มีประสบการณ์ในการขับรถน้อยกว่า 5 ปี หรือ มือใหม่
  • 3 ปีที่ผ่านมา มีการเครมประกันอย่างต่อเนื่อง (การทำ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ช่วยลดความเสี่ยงภาระการซ่อมได้)
  • ใช้รถอย่างเป็นประจำ
  • ไม่มีพื้นที่จอดรถส่วนตัว หรือ จอดรถในพื้นที่สาธารณะ , จอดรถริมฟุตบาทเป็นประจำ
  • ต้องการประหยัดภาระค่าซ่อม ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคุมทุกส่วน จึงคิดทำประกันภัยรถยนต์

3. ทำประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1ขณะขับรถออกต่างจังหวัด ถูกสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ เคลมได้ไหม ?

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 สามารถเคลมได้ ทุกอย่าง (เป็นไปตามกรมธรรม์) ในกรณีที่สุนัขมีเจ้าของซึ่งผู้เอาประกันต้องไปแจ้งความยังสถานีตำรวจในท้องที่ ที่เกิดเหตุ เพื่อลงบันทึกประจำวัน และแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัย

4. มีการจำกัดอายุรถยนต์ หรือไม่ ?

อายุรถที่สามารถทำประกันภัยชั้น 1 ได้ คือ 0 - 15 ปี

5.ซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ ?

ประกันภัยรถยนต์ สามารถเลือกได้ ระหว่างซ่อมห้าง(ศูนย์)หรือซ่อมอู่ แต่เบี้ยประกันอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย

6. เพิ่งทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไป 3วัน แล้วขับรถครูดฟุตบาท โทรเรียกประกันเคลมได้ไหม ?

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 แบ่งเป็น 2 กรณี

  • 1.ถ้าเป็นอุบัติเหตุรถชนรถ(มีคู่กรณี) สามารถให้ความคุมครองได้ทันทีหลังจากชำระเงินค่าประกันภัยรถยนต์งวดแรก
  • 2.กรณีเครมแห้ง ชนกระถางต้นไม้ ครูดฟุตบาท สามารถคุมครองหลังจากที่ชำระเบี้ยประกันงวดแรกพร้อมรูปถ่ายรถยนต์เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้รายละเอียดเป็นไปตามกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทประกันภัย เป็นต้น
  • 7. สามารถเลือกทุนประกันสูงๆ ได้หรือไม่ ?

    หลักการทำประกันภัยรถยนต์ สามารถเลือกได้ เบี่้ยทุนประกันของแต่ละบริษัท อาจจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย สามารถเช็คกับพนักงานฝ่ายขายได้ตลอด

    8.จัดส่งกรมธรรม์อย่างไร เมื่อไหร่ ?

    บริษัทฯ จะจัดส่งกรมธรรม์ผ่านไปรษณีย์หรือพนักงานจัดส่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบประกัน, บริษัทประกันภัยที่เลือกทำ โดยมีระยะเวลาดังนี้

    ประกันภัยรถยนต์ :


  • เอเชียประกันภัย , อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันภัย, กรุงเทพประกันภัยภายใน 7 วันทำการ
  • บริษัทอื่นๆ ภายใน 15 วันทำการ
  • 9.ใช้เอกสารอะไรบ้างในการทำประกันภัยรถยนต์ ?

    ลูกค้าสามารถกรอกรายละเอียดในเวปไซต์ได้ด้วยตนเอง หรือถ้าไม่สะดวก เพียงใช้เอกสารดังต่อไปนี้ ในการทำประกันภัยรถยนตชั้น 1

  • 1. สำเนาจดทะเบียนรถยนต์
  • 2. หน้าตารางประกันภัยรถยนต์ฉบับปัจจุบัน
  • 3. สำเนาบัตรประชาชน
  • 4. ชื่อ - ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร
  • 5. เบอร์โทรศัพท์มือถือ, Line ID, email
  • 6. ส่งเอกสารต่างๆ มาที่ email : info@asiadirect.co.th หรือ ที่ Line ID : @asiadirect (ใส่ตัว @ นำหน้าด้วยนะครับ) หรือกรอกรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับด้านล่าง
  • 10. รับต่อประกันภัยรถยนต์จากที่อื่นไหม ?

    สามารถต่อประกันภัยรถยนต์ ทุกประเภทได้ทันที สอบถามรายละเอียด โทร. 02-625-1000


    ที่มาอ้างอิง http://www.asiadirect.co.th/adb1st.php

    วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559

    วิธี กำจัด กลิ่นเหม็น ในรถ ให้หมดไป !!

    00:33
    วิธี กำจัด กลิ่นเหม็น ในรถ ให้หมดไป !!

    www.asiadirect.co.th

       ในฐานะที่รถยนต์ เปรียบเสมือนปัจจัยที่ห้าของผู้คนในสมัยนี้ เราๆหลายๆคนอาจเรียกได้ว่า ใช้เวลาอยู่บนรถมากกว่าอยู่ที่บ้านซะอีก ก็รถมันติดซะขนาดนั้น ตื่นเช้าไปทำงานเร่งรีบ ทั้งกินข้าว กินขนม หรือแม้แต่ปาร์ตี้เฮฮากับเพื่อนๆ และอีกสารพัดกิจกรรม ซึ่งชีวิตก็คงสะดุดแน่ๆ หากรถยนต์ของคุณมีปัญหาเรื่องกลิ่น เนื่องจากปัจจัยข้างต้น และความชื้นของเครื่องปรับอากาศต่างๆภายใน หลักสำคัญ คือ

                 สาเหตุของการเกิดกลิ่นในรถยนต์มีตั้งแต่

        เศษอาหารที่อาจตกหล่นอยู่บนรถ แล้วเน่าเสีย เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์
        กลิ่นจากเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากเมื่อเครื่องปรับอากาศทำอุณหภูมิต่ำ จะเกิดเป็นหยดน้ำ ทำให้อับชื้นและเกิดเชื้อรา
        ความชื้น ที่อาจทำให้วัสดุผ้า หรือพรมในรถของคุณเกิดเชื้อรา และมีกลิ่นเหม็น

    วิธีการกำจัดต้นเหตุของกลิ่นเหม็นในรถด้วยตัวคุณเองมีดังนี้

        เก็บเศษขยะ และอาหารไปทิ้ง รวมทั้งดูดฝุ่นตามพรม ซอกมุมต่างๆ
        นำวัสดุหุ้มเบาะ หรือพรมที่สามารถซักได้ ไปซักให้สะอาด
        เช็ดทำความสะอาดส่วนต่างๆในรถยนต์ด้วยน้ำที่ผสมซักฟอกหรือแม้แต่น้ำยาล้างจาน เช็ดด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งอีกรอบ
        ล้างเครื่องปรับอากาศด้วยโฟมล้างแอร์ หรือให้ช่างผู้เชี่ยวชาญถอดล้าง
        เปิดประตูรถทุกด้านในวันที่แดดจัด เพื่อให้อากาศในรถถ่ายเท พร้อมกับกำจัดความชื้นในรถ
        ซึ่งอาจส่งกลิ่นมาถึงห้องโดยสารได้

    ในระหว่างการใช้งานรถยนต์ เราก็มีเคล็บลับดีๆในการลดปัญหากลิ่นเหม็นอับมาบอกเล่า

        ก่อนจอดรถซักพัก ปิดปุ่ม A/C แล้วเปิดพัดลมให้แรงที่สุดเพื่อไล่ความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในเกิดกลิ่นอับในรถยนต์
        ใช้สเปรย์ปรับอากาศ นอกจากจะสร้างกลิ่นหอม ผ่อนคลาย กำจัดกลิ่นเหม็นอับ อีกทั้งบางยี่ห้อ ยังสามารถกำจัดเชื้อโรคอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นเหม็นอับด้วย
        น้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่าในอัตราที่เท่ากัน มาสเปรย์ให้ทั่วรถ เมื่อแห้งแล้ว กลิ่นเหม็นอับจะหายไป หรือแม้แต่นำน้ำส้มสายชูใส่แก้ววางไว้ในรถ 2 – 3 ชั่วโมง
        ถ่านไม้ นำมาวางไว้มุมต่างๆของรถ เพื่อช่วยดูดกลิ่นอับ
        เบกกิ้งโซดา ใส่ถ้วยวางไว้บนรถ
        สมุนไพรกลิ่นหอมต่างๆ เช่น ใบชาจีน ใบเตย ใบมะกรูด ดอกมะลิ ซึ่งนอกจากจะกลบกลิ่นเหม็นอับ น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรเหล่านี้ ยังช่วยให้เราผ่อนคลายได้ด้วย

              ทำความสะอาดรถยต์เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ คือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้รถของคุณจะสะอาด ปลอดกลิ่นเหม็นอับ แถมยังกลิ่นหอมสดชื่น ถูกสุขอนามัย และสุดท้ายเพื่อนๆจะสามารถใช้เวลาบนรถได้อย่างมีความสุขตลอดช่วงเวลาการเดินทาง และเป็นไปได้อย่าพยายามทานขนมในระหว่างที่ต้องขับเลย เพราะอาจจะเสียสมาธิ มือหยิบจับขนม แทนที่จะจับพวงมาลัย จนอาจเกิดอุบัติเหตุเคลมประกันภัยรถยนต์ และเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นมาได้นะครับ รถสะอาด สุขภาพจิตดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ด้วยความห่วงใยจากประกันภัยรถยนต์ เอเชียไดเร็ค โบรคเกอร์ นะครับ

    ขอบคุณ www.asiadirect.co.th

    วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2559

    ถึงเวลาต่อประกันรถยนต์ เอาอย่างไรกันดี

    23:48



             เมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อประกันรถยนต์ในปีต่อไป ก็มักจะเป็นเวลาที่ต้องมานั่งตัดสินใจกันอีกแล้วว่าจะเอาอย่างไรกันดีกับประกันรถยนต์ปีหน้านี้ จะต่อประกันรถกับบริษัทเดิมหรือเปลี่ยนบริษัทดี หรือว่าจะต่อประกันประเภทไหนดี ทำประกันรถชั้น 1 เหมือนเดิม หรือจะเปลี่ยนไปทำประกันชั้นอื่น ๆ

              เอาเรื่องบริษัทประกันภัยกันก่อนนะครับ การต่อประกันภัยเราสามารถเลือกต่อกับบริษัทเดิมหรือเปลี่ยนบริษัทประกันใหม่ก็ได้ หากเราไม่ประทับใจกับบริการของบริษัทประกันที่เราทำประกันภัยรถยนต์ด้วยในปีที่ผ่านมา เราสามารถเปลี่ยนบริษัทประกันได้ ไม่จำเป็นต้องต่อประกันรถยนต์กับบริษัทเดิมไปตลอด  แต่ก่อนที่จะตัดสินใจต่อประกันรถยนต์ในปีต่อไป ขอให้ทำตามข้อแนะนำดังนี้ก่อนเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของตัวเราเองครับ

    หากประวัติในการขับขี่ในปีที่ผ่านมาของเราดี ไม่มีการเคลมความเสียหายที่เกิดจากความผิดของเรา บริษัทประกันที่เราทำประกันรถอยู่จะมีส่วนลดประวัติดีให้หากเราเลือกต่อประกันรถกับบริษัทเดิมครับ หากเป็นกรณีนี้เราจะประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มากกว่าการเปลี่ยนไปทำประกันกับบริษัทอื่น
    แม้หากมีประวัติในการขับขี่ดีไม่มีการเสียประวัติในปีที่ผ่าน แต่ต้องการที่จะเปลี่ยนบริษัทประกันก็สามารถทำได้เช่นกัน หากเลือกเปรียบเทียบแล้วว่าบริษัทใหม่มีค่าเบี้ยประกันภัยที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่า ประกันภัยรถราคาถูกกว่า และมีบริการที่ดีกว่าด้วย ก็สามารถเปลี่ยนได้ครับ

              หากปีที่ผ่านมาเรามีการเคลมมาก โดยที่เราเป็นคนผิด การต่อประกันรถกับบริษัทเดิมนอกจากจะไม่ได้รับส่วนลดประวัติดีแล้ว ยังอาจโดนคิดค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นได้ แต่ถ้าบริษัทประกันเดิมให้บริการดีและเราอยากต่อประกันรถกับบริษัทเดิมก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยต้องยอมจ่ายค่าเบี้ยประกันที่แพงขึ้นด้วย แต่ก่อนต่อประกันก็อย่าลืมทำเรื่องเคลมทั้งคันให้เรียบร้อยภายในปีนี้

            หากรถยนต์เรามีรอยหรือความเสียหายอยู่ ก่อนเลือกเปลี่ยนบริษัทประกันในตอนต่อประกันรถ ควรแจ้งเคลมและนำรถเข้าซ่อมให้เรียบร้อยก่อนที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันใหม่จะมาถ่ายรูปรถยนต์เพื่อนำไปประกอบการทำประกันในปีใหม่ เพราะหากรถยนต์ของเรามีรอยความเสียหายอยู่ บริษัทประกันใหม่จะไม่รับประกันรอยความเสียหายเหล่านั้น

              ส่วนเรื่องของการต่อประกันรถว่าปีต่อไปเราจะยังคงทำประกันชั้น 1 หรือเปลี่ยนไปเป็นประกันชั้น 2 หรือ 3 ดีนั้น เรื่องหลัก ๆ ก็ให้พิจารณาจากการขับขี่ของเราว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยหรือไม่ที่เราเป็นคนผิด หากมีโอกาสที่เราจะเป็นคนขับรถเฉี่ยวชนคนอื่น การเลือกต่อประกันรถที่มีความคุ้มครองในความเสียหายของรถยนต์คันเอาประกันด้วยก็จะดีกว่า เช่น ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3+ เป็นต้น แต่หากเราขับขี่ระมัดระวังไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันรถชั้น 1 อาจเลือกทำประกันชั้นรอง ๆ ลงมาที่มีค่าเบี้ยประกันถูกกว่าอย่างประกันรถชั้น 2 หรือ ประกันรถชั้น 3 ก็ได้

    ประกันภัยรถยนต์ราคาถูก สามารถติดต่อสอบถามและเช็คเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ได้ที่ http://www.asiadirect.co.th เอเชียไดเร็ค อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ ยินดีบริการด้วยใจ กรันตีราคาถูกจริง !!


    วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

    อุบัติเหตุรถยนต์กรณีไหนที่ประกันภัยไม่จ่าย

    01:13


    อุบัติเหตุรถยนต์กรณีไหนที่ประกันภัยไม่จ่าย 
           คนที่มีรถเป็นของตัวเองไม่ว่าจะจักรยานยนต์ รถยนต์ รถโดยสาร เป็นต้น คงจะพอรู้ๆเกี่ยวกับประกันภัยรถกันอยู่บ้าง การประกันภัยรถนั้นหมายถึงการคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถรวมถึงผู้ขับขี่ด้วย (ซึ่งก็แล้วแต่เงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยนั้นๆ)  เพราะเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ ดังนั้นการทำประกันภัยเกี่ยวกับรถไว้ก็ทำให้เราอุ่นใจขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุ

              โดยทั่วไปแล้วประกันภัยรถยนต์มีอยู่ 2 ประเภท แบบแรกคือประกันภัยภาคบังคับ ถ้าพูดให้คุ้นหูหน่อยก็ที่เราเรียกกันว่า พ.ร.บ. นั่นเอง ซึ่งเป็นประกันภัยพื้นฐานที่รถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องทำ เพื่อที่จะคุ้มครองตัวบุคคลจากผลกระทบของอุบัติเหตุ ซึ่งกฎหมายจะคุ้มตรองในรูปของเงินชดเชยและค่ารักษาพยาบาล เรียกได้ว่าเป็นกฎหมายบังคับ ใครไม่ทำตามต้องถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 10,000 บาทเลยทีเดียว

              ประกันภัยรถยนต์ประเภทที่สองก็คือ ประกันภัยภาคสมัครใจ เป็นประกันภัยที่เราเลือกทำเพิ่มเติมตามความต้องการหรือความสมัครใจของเราเอง ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องการคุ้มครองก็ต้องมีมากกว่า ประกันภัยประเภทนี้ก็อย่างเช่น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 เป็นต้น

              มีประกันภัยรถยนต์แล้วเราคงสบายใจขึ้นว่า ถ้าเกิดรถเป็นอะไรก็ยังมีประกันคุ้มครองอยู่ แต่จริงๆแล้วยังมีกรณีที่เราอาจไม่ได้รับการคุ้มครองหรือรับผิดชอบจากบริษัทประกันภัย ดังเช่นกรณีตัวอย่างต่อไปนี้

              -เกิดภาวะสงคราม การรุกราน การสู้รบ ไม่ว่าจะประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม

              -สงครามการเมือง การแข็งข้อของทหาร การต่อต้านรัฐบาล การปฏิวัติ การกบฏ การยึดอำนาจการปกครองโดยกำลังทหารหรือประการอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวาย ลุกฮือต่อต้านรัฐบาล (ถ้ารถเราเกิดความเสียหายจากเหตุการณ์เหล่านี้ก็จะไม่ได้รับการคุ้มครอง)

              -ถูกอาวุธปรมาณู

                -การแผ่รังสี แตกประจุ ถูกระเบิดปรมาณู

              -การใช้งานนอกประเทศไทย (เช่นอาจเอารถไปเที่ยวหรือทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้าน)

              -การนำรถไปใช้ในทางผิดกฎหมาย (แน่นอนว่าคงไม่มีใครคุ้มครองอาชญากร)

                -การนำรถไปใช้แข่งขัน ทำความเร็ว (อันนี้ก็มีความเป็นไปได้อยู่มาก โดยเฉพาะคนที่ชอบเอารถไปซิ่งหรือแข่งขัน ถ้าหากเกิดความเสียหายขึ้นจากเหตุกรณีดังกล่าวก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองนะ)

              -ความเสียหายที่เกิดจากการถูกยักยอก ฉ้อโกง กรรโชก ลักทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ (ซึ่งในปัจจุบันเรามีโอกาสเจอเรื่องพวกนี้ได้ ถ้าจะให้ดีก็ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ในบ้านหรือที่จอดรถ ก็จะช่วยให้มีเบาะแส ติดตามคนร้ายได้ง่ายขึ้น)

              ทั้งนี้ทั้งนั้น บริษัทประกันภัยชั้นนำบางแห่งอาจจะระบุไว้ว่าจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่ ซึ่งมันมีความเป็นไปได้ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะถ้ามีคนยืมรถเราไปใช้ ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อน พี่ หรือลูกหลานแล้วเขาเหล่านั้นไม่ได้มีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งถ้าเขาเอาไปทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นเราก็ซวยไปเพราะบริษัทจะไม่คุ้มครองเรา นอกจากนี้ก็อาจมีอีกหลายกรณีที่ทางบริษัทประกันจะไม่คุ้มครอง ดังนั้นเมื่อทำประกันภัยรถยนต์จึงต้องอ่านและศึกษาเงื่อนไขต่างๆทีระบุไว้ให้ชัดเจน หากเกิดข้อสงสัยก็อย่ารอช้าที่จะสอบถามทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดของการคุ้มครองรถของเราเอง

    ประกันภัยรถยนต์ราคาถูก สามารถติดต่อสอบถามและเช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ได้ที่ http://www.asiadirect.co.th เอเชียไดเร็ค อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ ยินดีบริการด้วยใจ กรันตีราคาถูกจริง !!

    FOLLOW @ INSTAGRAM