วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560

เทียบราคาประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท ต้องจ่ายเท่าไร

21:47


เทียบราคาประกันภัยรถยนต์ แต่ละประเภท ต้องจ่ายเท่าไร
คำถามยอดฮิตของคนที่มีรถยนต์ หรือถึงเวลาที่่ต้องต่อประกันภัยรถยนต์ ว่าควรจะเลือกประกันแบบไหน ราคาเท่าไรดี ยิ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แล้วราคาเบี้ยประกันอาจจะปรับสูงต่ำไม่เท่ากัน อาจจะด้วยปัจจัยทั้งตัวรถ อายุรถเองและปัจจัยอย่างอื่นที่จะนำมาเป็นส่วนลดในการต่อประกันภัยรถยนต์ในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ต้องศึกษาเงื่อนไขต่างๆ และทุนประกันเพิ่มเติมอีกด้วย >> อยากทำประกันภัยรถยนต์หาข้อมูลที่ไหนดี ?

โดยราคาประมาณของตลาดประกันภัยรถยนต์ในไทย

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ราคาโดยประมาณ 11,xxx บาท ขึ้นไป
เป็นประเภทประกันภัยรถยนต์ที่เบี้ยสูงที่สุด และคุ้มครองครอบคุมที่สุดในบรรดาประกันภัยรถยนต์ประเภทต่างๆ เป็นที่นิยมสำหรับรถใหม่ป้ายแดง สามารถเคลมได้แม้ไม่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะ ยกตัวอย่างเช่น ขับรถชนต้นไม้ น้ำท่วม รถหาย ไฟไหม้ หรือรอยขีดข่วนทั่วไปรอบๆรถ เป็นต้น

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 (แบบประหยัด) ราคาโดยประมาณ 7,xxx บาทขึ้นไป 
หลักแล้วคือประกันภัยชั้น 1 แบบปกติ เพียงแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมขึ้นมาในส่วนของค่าเสียหายส่วนแรกของประกันรถ โดยประมาณจะเสียค่าเคลมระหว่าง 2000 - 5000 บาท ต่ออุบัติเหตุ 1 ครั้ง แต่ข้อดีก็คือ เบี้ยประกันภัย ชั้น 1 ที่ถูกกว่าแบบปกติมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว เพราะประกัน Low cost แบบนี้เป็นการเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกที่หลังนั้นเอง
>> ค่าเสียหายส่วนแรกของประกันรถคืออะไร

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 2+ หรือ 2 พลัส ราคาโดยประมาณ 5,xxx บาทขึ้นไป 
เป็นอีกตัวเลือกที่ได้รับความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มากที่สุด แต่สิ่งที่แตกต่างกันกับ ชั้น 1 คือ ชั้น 2+ ไม่สามารถเคลมโดยที่ไม่มีคู่กรณีได้ และต้องมีคู่กรณีที่เป้นยานพาหนะทางบกเท่านั้น เป็นต้น หลักๆก็ยังคุ้มครองในส่วนของ รถหาย ไฟไหม้ เหมือน ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3+ หรือ 3 พลัส ราคาโดยประมาณ 4,xxx บาทขึ้นไป 
 ประกันภัยรถยนต์แบบประหยัด แต่สามารถเคลมอุบัติเหตุได้ทั้งรถเราและรถคู่กรณี แต่คู่กรณีต้องเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ถือว่าเป็นประกันอีกประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับรถที่มีอายุมากกว่า 10 ปี
>> ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3 ธรรมดา กับ 3+ แตกต่างกันอย่างไร?

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 3 ธรรมดา ราคาโดยประมาณ 1,xxx บาทขึ้นไป 
เมื่อเกิดอุบัตเหตุและมีการเคลมประกัน จะเคลมได้แค่รถคู่กรณีไม่สามารถเคลมซ่อมรถของเรา เป็นประกันภัยรถยนต์เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้รถขับไปไหนมาไหนมากนัก และมีวินัยในการขับขี่ที่ดีมาก ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ง่ายๆประกันภัย 3 ธรรมดา คือคุ้มครองคู่กรณีเท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

ทำประกันภัยรถยนต์ แต่คู่กรณีหลบหนี

23:27

ทำประกันภัยรถยนต์ แต่คู่กรณีหลบหนี 

          การทำประกันภัยรถยนต์ เป็นเรื่องที่สามารถช่วยให้เราสบายใจมากขึ้น ว่าในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุเกิดเรื่องไม่คาดฝันจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายและมีค่าซ่อมแซมรถของเราให้กลับมามีสภาพใช้งานได้ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีก็เกิดปัญหาที่ผู้เอาประกันมีความกังวลใจ... โดยทั่วไปในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ รถเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น ทั้งเราและคู่กรณีก็จะต้องมาทำการตกลงกันและเรียกประกันมาจัดการค่าเสียหาย แต่หากว่าในกรณีที่ เกิดเหตุแต่คู่กรณีอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี แบบนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาในการขาดคู่กรณี สถานการณ์แบบนี้แหละที่ผู้เอาประกันเกิดความวิตกแล้วจะต้องทำอย่างไร ?

เกิดอุบัติเหตุแล้วคู่กรณีหนีทำอย่างไร ในกรณีเรา ทำประกันภัยรถยนต์แล้ว

          อย่าตื่นตกใจ ในเวลาที่พึ่งเกิดเหตุเป็นเวลาที่เราอาจจะเสียขวัญ แต่ต้องทำใจให้ได้เรียกสติกลับมาให้เร็วที่สุด และจะต้องรีบหารายละเอียดเกี่ยวกับรถคู่กรณีให้ได้มากที่สุด โทรศัพท์มือถือที่มีกล้องรีบถ่ายเอาไว้ หรือ อย่างน้อยต้องพยายามจดจำป้ายทะเบียนรถ รวมถึงสีและยี่ห้อรถให้ได้มากที่สุด
ติดต่อบริษัทประกันภัยที่เราทำประกันภัยรถยนต์ทันที เพื่อให้รีบส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลและให้ความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ประกันนี่แหละที่จะสามารถให้คำปรึกษาเราได้ดีที่สุดในกรณีเช่นนี้
ในกรณีเสียหายน้อยก็ให้นำรถและกรมธรรม์ไปที่อู่ของบริษัทประกัน แต่ในกรณีเสียหายมาก เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันจะช่วยประสานงานให้หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือมาจัดการให้
ไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และให้ข้อมูลคู่กรณีกับเจ้าที่เพื่อติดตาม
ในกรณีที่เราไม่มีหลักฐานอาจจะต้องถูกเรียกเก็บค่าความเสียหายส่วนแรกก่อน ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากเป็นการแสดงถึงเจตนาที่บ่งว่าเราได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุจริง ไม่ได้เกิดจากกรณีจงใจอื่นๆ แต่หากว่าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีคู่กรณีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะไม่ต้องเสีย

         สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุและมีคู่กรณีหนี ก็คือ การตั้งสติและรวบรวมข้อมูลของคู่กรณีเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ต้องกังวลใจให้มากไป เพราะเราสามารถขอคำปรึกษาได้จากบริษัทที่เราได้ทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ได้ในทุกขั้นตอน เพราะฉะนั้น... สิ่งแรกที่เราควรทำตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุก็คือ การเลือกบริษัทประกันภัยที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ รวมถึงการมีเครือข่ายเจ้าหน้าที่ๆ พร้อมมาดูแลเราเมื่อเกิดเหตุมากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เราพึ่งต้องผจญเหตุที่ทำให้เกิดอาการตกใจและยังทำอะไรไม่ถูก เจ้าหน้าที่ของบริษัทที่ได้มาตรฐานจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและช่วยเราในเรื่องการดำเนินการทั้งหมดจนสำเร็จลุล่วง